ถ้าพูดคำว่าบลัฟหรือลักไก่ ทุกคนคงเข้าใจดีกันอยู่แล้ว แต่หากพูดว่าเซมิบลัฟ หลายๆ คนอาจไม่คุ้นชิน

เซมิแปลว่าครึ่ง หรือบางส่วน หมายถึงกึ่งๆ บลัฟนั่นเอง จะว่าบลัฟน้อยๆ ก็นะ ซึ่งในบางครั้งเซมิบลัฟจะช่วยสนับสนุนการเล่นและการบลัฟของเรา ให้มีประสิทธิภาพขึ้นด้วย (เรียกง่ายๆ ก็ไพ่ลุ้น)

ก็นะจะหวังให้ไพ่ในมือออกมาเข้ากับโต๊ะตลอดไม่ได้นี่นา มันก็ต้องมีอะไรที่ช่วยให้ชนะแม้มือไม่ติดบ้างใช่มะ

การใช้เซมิบลัฟในโป๊กเกอร์

เซมิบลัฟคือ : คือการเบ็ทและเรสกับไพ่ที่มีโอกาสจั่วติดแล้วแกร่งที่สุด ไม่ใช่บลัฟปกติหรือลักไก่ล้วนๆ แบบที่หลายคนชอบทำ ไพ่ที่เล่นมีโอกาสจะอัพเกรดได้ในเทิร์นและริเวอร์ (มาใช้ก่อนโชว์ดาวน์นี่ไม่ใช่เซมิบลัฟละ)

ด้วยการเบ็ทหรือเรสแบบเซมิบลัฟนี้ มันจะเพิ่มโอกาสชนะให้เป็นสองทางคือ :

หนึ่งไพ่ติด และเจ๋งที่สุดในวง เงินที่ลงอ่าง เอ๊ยลงในหม้อ (พ๊อต หรือกองกลาง) ก็จะตกเป็นของเรา หรือสองคนอื่นหมอบ ชนะโดยไม่ต้องสู้

ใช้เมื่อไร : ใช้เมื่ออยากใช้ถุ๊ย ไม่ใช่ครับ เซมิบลัฟใช้เมื่ออยู่ในตำแหน่งเท่านั้น หรือเล่นเป็นคนท้ายสุดนั่นเอง (อ้าว งั้นที่ผมกับบางคนใช้บ่อยๆ ก็ไม่ใช่เซมิบลัฟอ่ะดิ) เพราะว่าเซมิบลัฟจะได้ผลดีที่สุดเมื่อคู่ต่อสู้มีโอกาสหมอบสูง (ไม่งั้นก็ต้องวัดอย่างเดียว เล่นไพ่แบบหยั่งรู้อนาคตกันเลยทีเดียว)

ใช้ที่ไหน : ใช้ได้กับสารพัดโป๊กเกอร์ ทุกที่ ทุกแบบถ้ามีการจั่วหลายรอบ

ใช้ทำไม : เซมิบลัฟเป็นการผสมผสานระหว่างโอกาสจั่วและโอกาสหมอบของคู่ต่อสู้ ซึ่งเมื่อเขารู้ว่าเราใช้มัน ก็มีโอกาสที่เขาจะยอมหมอบ ไม่อยากวัดด้วย ในขณะเดียวกันมันก็สร้างความสมดุลระหว่างการเบ็ทและเรสด้วย

และที่สำคัญคือทำให้คู่ต่อสู้เดายากว่า นี่บลัฟลักไก่เปล่าๆ มีรอจั่วของ หรือมีครบแล้วกันแน่

เซมิบลัฟยังไง

เพราะว่าฟล๊อบที่เปิดออกมาจะมีส่วนสำคัญว่าเราควรจะเซมิบลัฟหรือมันจะเป็นการทิ้งชิพฟรีๆ

จุดสำคัญในการเซมิบลัฟมีสองประเด็นที่คุณต้องรู้คือ : Pot Equity และFold Equity

Pot Equity คือ สัดส่วนของเงินกองกลางเทียบกับไพ่บนมือ ถ้าเราเปิดฟล๊อบมาขาดใบเดียวได้ฟลัชและกองกลางมีอยู่ 100$ Pot Equity ของเราจะอยู่ประมาณ 35$ เพราะโอกาสที่จะเปิดได้ฟล๊อบมีประมาณ 1 ใน 3

ส่วน Fold Equity คือเงินกองกลางที่เราจะชนำถ้าคู่ต่อสู้หมอบแล้วเราไม่ต้องรอไปจั่วฟลัช

ฉะนั้นโดยทั่วไปแล้ว ถ้าทั้งสองอย่างนี้สูง การทำเซมิบลัฟก็ยิ่งได้กำไร

Pot Equity คำนวนได้ไม่ยาก ยิ่งมีโอกาสจั่วได้สูงเท่าไร เราก็ห่วงค่า Fold Equity น้อยลงเท่านั้น เพราะโอกาสที่เราจะชนะด้วยไพ่เจ๋งๆ นั้นบ่อยกว่า

แต่การจะเข้าใจ Fold Equity นั้นยากกว่า เพราะไม่มีกฏตายตัว แต่ยังดีที่พอจะมีอะไรให้สังเกตบ้าง

Fold Equity จะใช้ไม่ได้กับพวก Calling Station หรือพวกบ้าคอลที่จะกอดไพ่ของตัวเองจนตายตกตามกัน ไม่ว่าคู่จะต่ำ จะสูง หรือจะบอดไพ่สูงก็ตาม

ให้เล็งไปที่ผู้เล่นสายไทด์ที่อ่อนๆ คนที่เราคิดว่าใช้ Marginal Hands หรือไพ่ลุ้น บีบได้

ไพ่โต๊ะและภาพลักษณ์บนโต๊ะ

จับตาแนวไพ่บนโต๊ะให้ดีและไพ่ที่คิดว่าคู่ต่อสู้น่าจะมี

ยิ่งคู่ต่อสู้เล่นไพ่กว้างและหลายแบบมากเท่าไร โอกาสที่เขาจะหมอบยิ่งมีเยอะ เพราะพวกเขาจะทิ้งไพ่โดยไม่คิดอะไรมาก

แต่ถ้าคู่ต่อสู้ของเราเห็นเราเซมิบลัฟด้วยฟลัชดรอว์บ่อยๆ เขาก็จะเชื่อและเริ่มกังวลว่าเราจะวัดแน่ๆ เช่นถ้าเปิดออกมาเป็น A♣️5♣️2♦️พวกเขาก็จะเริ่มคิดละว่าจะเอาด้วยดีไม่ดี

จับตาดูว่าไพ่บนโต๊ะจะพัฒนาไปยังไง

การทำให้คู่ต่อสู้ตัดสินใจหมอบ ถือเป็นสิ่งสำคัญของเซมิบลัฟ แต่ว่าไพ่ที่เปิดที่เทิร์นและริเวอร์จะเป็นตัวสำคัญที่จะทำให้คู่ต่อสู้หมอบ หรือไปต่อ

ยิ่งไพ่ใหญ่ยิ่งดี และยิ่งเทิร์นกับริเวอร์ไพ่ใหญ่กว่า จะเหมาะทำเซมิบลัฟเพราะคนที่คอลฟล๊อบมักจะคอลด้วยท๊อปแพร์ไม่ก็มิดเดิ้ลแพร์

จุดสำคัญในเซมิบลัฟ :

1. ชนะได้สองตาม ตามแล้วติด หรือเขาคิดหมอบ

2. สนับสนุนเรนจ์ไพ่ ไม่ใช่ทุกคนจะบ้าตามไพ่วัดดวงแพงๆ

3. ชนะเยอะกว่า เพราะก่อนไพ่จะติด เราก็เรสหนักแล้ว ถ้าเขาตามและโป๊ะเช๊ะ จะได้ฟันตังอย่าโช๊ะเด๊ะ

ตำแหน่ง เบื้องหลังเงินจากเซมิบลัฟ

ในหลายๆ เรื่องเกี่ยวกับโป๊กเกอร์นั้น บอกได้เลยว่าล้วนแต่มีเรื่องตำแหน่งทางการเมือง เอ้ย ตำแหน่งที่เล่นเกี่ยวข้องอยู่เสมอ เซมิบลัฟก็เช่นกัน เมื่อเล่นอยู่ในตำแหน่งสุดท้าย มักจะสำเร็จมากกว่า และจะยิ่งดีกว่าถ้ากระเป๋าหนัก แบบเทเซมิบลัฟออลอินได้แล้วยังมีเหลือสบายๆ ซึ่งถ้าผู้เล่นที่เราสู้ด้วยกลัวที่จะต้องเสียตังเพิ่มอีกเยอะ ก็จะหมอบไปโดยดี แต่ถ้ามันเสียดายตังตอนแรกที่ลง มันก็จะตาม ฉะนั้นการดูสัดส่วนเงินของฝ่ายตรงข้ามก็จำเป็นเช่นกัน

แต่ถ้าเล่นเซมิบลัฟนอกตำแหน่ง วิธีเล่นจะถูกจำกัดมากขึ้น โดยเฉพาะการที่จะเบ็ทหรือไม่เบ็ท ถ้ามีคนคอลหรือตาม รอบถัดมาเราต้องเริ่มเล่นก่อน ซึ่งอาจจะพาซวยเพราะไร้ข้อมูลใดๆ

ไม่แน่ใจว่าจะเบ็ทเพื่อบลัฟหรือเผ่นดี (ก็ถ้าไพ่เปิดแล้ววืดอ่ะนะ)

แต่ถ้าอยู่ในตำแหน่ง ถ้าทุกคนแค่เช็ค เราก็เช็คตามเพื่อดูไพ่ริเวอร์ฟรีได้ (ส่วนใหญ่เราเปิดเรสที่ฟล๊อบ พอรอบเทิร์นคนมักจะแค่เช็คเพื่อดูท่าที เพราะไม่อยากรีบเสียตังฟรี) แต่ถ้านอกตำแหน่ง เกิดเราเช็คแล้วเจอเรส เราอาจจะกลายเป็นคนที่ถูกเซมิบลัฟแทน ฉะนั้นอยู่ในตำแหน่งจะมีตัวเลือกและข้อได้เปรียบมากกว่า

นอกจากนี้การเบ็ทเช็คเบ็ทก็สามารถมองเป็นท๊อปแพร์ได้ การทำแบบนี้ก็ทำให้มีโอกาสชนะเพิ่ม (กรณีไพ่ไม่สุด) หรือเพิ่มกำไรกรณีไพ่ติด (การเบ็ทแบบนี้จะสร้างความสงสัยใคร่รู้ให้คู่ต่อสู้ซึ่งจะทำให้เขาคอลที่ริเวอร์มากกว่า)

ทำยังไงให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากเซมิบลัฟ

ส่วนมากที่คนจะเล่นเซมิบลัฟมักเป็นไพ่ฟลัช (มันโอกาสเยอะกว่าเรียงและอื่นๆ เป็นไหนๆ นี่) ซึ่งก็ถือเป็นปกติสำหรับผู้เล่นทุกคน และพี่ไทยที่ชอบวัดไม่ว่าฟลัชจะต่ำสักแค่ไหน (จริงมะ) รองลงมาที่จะเล่นคือไพ่เรียงเปิดหัวท้าย

และก็เพราะให้ความคอมมอนเซนส์ทั่วไปนี่เองที่ทำให้ผู้เล่นดีๆ สามารถดูออกว่า เฮ้ย เอ็งกะวัดกับเซมิบลัฟใช่มะ ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพของเซมิบลัฟลดลงไปเยอะ เช่น ผู้เล่นดีๆ จะสู้หากมีดอกที่จะเกิดฟลัชหรือเรียงอยู่บนมือ (โอกาสติดน้อยลง) หรือถ้าเปิดวืด ก็จะเบ็ทสวนมาที่เทิร์น หรือระวังหน่อยก็ริเวอร์

ถ้าเกิดมันติด ผู้เล่นดีๆ ก็จะเลิกตาม หรือหยุด เป็นผลให้ไม่ได้กำไรเท่าที่ควร

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าให้เลิกเซมิบลัฟ แต่อาจจะต้องปรับวิธีสักนิดเพื่อให้ได้กำไรมากขึ้น

โดยเฉพาะเบ็ทแรงๆ เมื่อบนโต๊ะมีโอกาสติดฟลัชหรือเรียง ซึ่งจะทำให้ได้กำไรเยอะ ยิ่งไพ่ติดยิ่งเยอะ (ยิ่งคนรู้ว่าเราเล่นแนวนี้บ่อยยิ่งดี)

จริงๆ แล้ว การเบ็ทเกิดกองกลางเป็นสัญญาณให้สงสัยว่า มันรอไพ่แรงๆ ติดแหงๆ

ลองคิดสถานการณ์ที่เปิดฟล๊อบออกมารอฟลัช แล้วคู่ต่อสู้มีท๊อปแพร์ท๊อปคิกเกอร์ หรือกระทั่งโอเวอร์แพร์ (ไพ่คู่ในมือที่ใหญ่กว่าบนโต๊ะ)

ซึ่งถ้าเราเรส คู่ต่อสู้จะโดนบีบให้ตัดสินใจโดยส่วนมากมักจะแบบ ออลอินหรือหมอบ (พ๊อทใหญ่เกิน)

เรสเพื่อสู้กับเบ็ท (ไม่ว่าจะฟล๊อบหรือเทิร์น)

การอยู่ในตำแหน่งจะเพิ่มท่าให้กับเราได้อีกสองท่าคือ เซมิบัฟเรส หรือดีเลย์เซมิบัฟเรส (ดีเลย์คือไม่เรสฟล๊อบแต่มาเรสเทิร์นไม่ว่าไพ่จะติดหรือไม่) สองท่านี้เป็นท่าที่นักโป๊กเกอร์มือฉมังใช้ประจำซึ่งถ้าสบโอกาสก็จะใช้เสมอ

โอกาสที่จะเซมิบลัฟ

สองโอกาสดีที่สุดและกำไรที่สุดที่จะเซมิบลัฟคือ

ดับเบิ้ลกัทชอตเสตรทดรอว์ (Double Gut-Shot Straight Draw) หรือ กัทช๊อตเสตรทดรอว์ (Gut-Shot Straight Draw) แปลง่ายๆ ไส้กลางเสตรทใบหรือสองใบ (สังเกตยากกว่าปกติ)

แน่นอนว่ายิ่งเราเป็นไพ่โอเวอร์การ์ด (ไพ่สูงกว่าบนโต๊ะ) หรือแบ๊คดอร์ฟลัชดรอว (Backdoor Flush Draw – ฟลัชขาดสองใบ) ยิ่งดีเข้าไปใหญ่

สาเหตุที่ไพ่พวกนี้จะทำกำไรได้มากเพราะว่าคู่ต่อสู้มักจะไม่คิดว่าเราถือไพ่แบบนี้ หรือจะว่าคาดไม่ถึงนั่นเอง

เพราะแบบว่า เฮ้ยมันจะถือไพ่แบบนี้ทนเล่นมาจริงอ่ะนี่เองที่จะทำให้ได้กำไรเยอะถ้าไพ่ติด เพราะส่วนมากจะตามมาไม่ว่าเราจะเบ็ทหนักหรือเบา ในขณะที่เปิดมาจะฟลัชตั้งแต่แรก แบบไหนคนจะตามกว่ากัน

ความงดงามของเซมิบลัฟ

สำหรับนักโป๊กเกอร์โดยทั่วไปแล้ว การใช้เซมิบลัฟให้ถูกจังหวะและถูกสถานการณ์ จะช่วยเพิ่มกำไรขึ้นมาได้ และบางทีก็แจ๊คพ๊อตแตกแดกออลอินกันทีเดียว

เซมิบลัฟยังเพิ่มลูกเล่นให้เราจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน เดาไม่ถูก มันของจริงหรือนี่ลักไก่ และยิ่งได้ตำแหน่งที่ดี ยิ่งมีทางเลือกมากขึ้น รวมถึงจะได้กินมากไปด้วย

รู้แล้วก็ลองฝึกฝนกันดู อุตส่าห์อ่านมาตั้งยาวก็ใช้ซะ แล้วคราวหน้ามาว่ากันใหม่

shares